มีกติกากอล์ฟอะไรที่ผู้เล่นมือใหม่ต้องรู้บ้าง ?

การรู้กติกากอล์ฟและวิธีการนับแต้มทำให้สนุกกับการเล่นยิ่งขึ้น
Key takeaway / Summary of topic answer

การเข้าใจกติกากอล์ฟและการนับแต้มที่ถูกต้อง คือพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้นักกอล์ฟทุกระดับเล่นได้อย่างมั่นใจและยุติธรรม การแม่นยำในกฎการปรับโทษและรูปแบบการแข่งขันทั้ง Stroke Play และ Match Play จะช่วยลดความสับสนและข้อผิดพลาดที่ไม่จำเป็นในสนามจริง ควบคู่ไปกับการรักษามารยาทและการดูแลสภาพสนาม ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่จะเปลี่ยนมือใหม่ให้กลายเป็นนักกอล์ฟคุณภาพที่พร้อมสนุกสนานไปกับทุกวงสวิง

 

Table of Contents

กอล์ฟ ถือเป็นกีฬาที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว แตกต่างจากกีฬาประเภทอื่นที่มักใช้การตัดสินด้วยกรรมการในสนามตลอดเวลา แต่กอล์ฟคือ “เกมของสุภาพบุรุษ” ที่ผู้เล่นต้องเป็นผู้รักษากฎและซื่อสัตย์ต่อคะแนนของตนเอง อย่างไรก็ดี สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของวงสวิง เรื่องของ “กฎกติกากอล์ฟ” และ “การนับแต้ม” มักเป็นกำแพงด่านแรกที่ทำให้เกิดความสับสน

การมีความรู้ ความเข้าใจ ในกติกาที่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกมการแข่งขันดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ยังช่วยให้ผู้เล่นสามารถวางแผนการเล่นได้ดียิ่งขึ้น บทความนี้จึงจะพาไปเรียนรู้กติกากอล์ฟพื้นฐาน ไปจนถึงการนับแต้มแบบสโตรกเพลย์ แมตช์เพลย์ และกฎการปรับโทษ เพื่อให้คุณสามารถก้าวลงสนามได้อย่างมั่นใจราวกับมือโปร

โครงสร้างสนามกอล์ฟและการนับคะแนน 

การจะอธิบายกติกากอล์ฟให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจโครงสร้างของสนาม โดยมาตรฐานสากล สนามกอล์ฟ 1 รอบจะประกอบด้วย 18 หลุม (Holes) และในแต่ละหลุมจะมีค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ว่าผู้เล่นควรตีให้ลงหลุมภายในกี่ครั้ง ซึ่งเราเรียกว่า “พาร์” (Par)

สนามกอล์ฟมาตรฐานทุกสนามจะมีผลรวมของพาร์ทั้ง 18 หลุมเท่ากับ 72 โดยแบ่งลักษณะหลุมออกเป็น 3 ประเภทหลักตามระยะทาง ดังนี้

  • Par 3: หลุมระยะสั้น ผู้เล่นควรตี 1 ครั้งขึ้นกรีน และพัตต์ 2 ครั้งลงหลุม (รวม 3 ครั้ง)
  • Par 4: หลุมระยะกลาง ผู้เล่นควรตี 2 ครั้งขึ้นกรีน และพัตต์ 2 ครั้งลงหลุม (รวม 4 ครั้ง)
  • Par 5: หลุมระยะยาว ผู้เล่นควรตี 3 ครั้งขึ้นกรีน และพัตต์ 2 ครั้งลงหลุม (รวม 5 ครั้ง)

หลักการนับสโตรก (Stroke Counting)

วิธีนับแต้มกอล์ฟสำหรับมือใหม่ให้จำง่าย ๆ เลยว่า “แต้มยิ่งน้อย ยิ่งดี” ทุกครั้งที่ไม้กอล์ฟกระทบลูก หรือมีความตั้งใจที่จะตีลูก แม้จะตีลม หรือ Air Shot จะถูกนับเป็น 1 แต้ม หรือ 1 สโตรก เสมอ เมื่อตีจนลูกลงหลุม ก็นำจำนวนครั้งที่ตีมารวมกันเป็นคะแนนของหลุมนั้น

ศัพท์เทคนิคในการนับแต้มที่ต้องรู้

เมื่อจบแต่ละหลุม นักกอล์ฟจะเรียกคะแนนตามจำนวนครั้งที่ทำได้เมื่อเทียบกับค่า Par ของหลุมนั้น ๆ เพื่อให้สื่อสารได้เข้าใจตรงกัน ดังนี้

  • Ace (Hole in One) : ตีครั้งเดียวลงหลุม (มักเกิดขึ้นที่หลุม Par 3)
  • Albatross (Double Eagle) : ทำคะแนนต่ำกว่าพาร์ 3 แต้ม เช่น ตี 2 ครั้งลงหลุม (มีโอกาสเกิดขึ้นที่หลุม Par 5)
  • Eagle : ทำคะแนนต่ำกว่าพาร์ 2 แต้ม
  • Birdie : ทำคะแนนต่ำกว่าพาร์ 1 แต้ม
  • Par : ทำคะแนนเท่ากับค่าพาร์ที่กำหนด
  • Bogey : ทำคะแนนเกินกว่าพาร์ 1 แต้ม
  • Double Bogey : ทำคะแนนเกินกว่าพาร์ 2 แต้ม
  • Triple Bogey : ทำคะแนนเกินกว่าพาร์ 3 แต้ม

ตัวอย่างการนับ: กรณีเล่นที่หลุม Par 4

  • ตี 3 ครั้งลงหลุม = Birdie (-1)
  • ตี 4 ครั้งลงหลุม = Par (E)
  • ตี 5 ครั้งลงหลุม = Bogey (+1)
  • ตี 6 ครั้งลงหลุม = Double Bogey (+2)

รูปแบบการแข่งขัน : Stroke Play vs Match Play

ถึงแม้จะเข้าใจความเกี่ยวข้องระหว่างโครงสร้างสนามกอล์ฟ กติกากอล์ฟ และการนับแต้มข้างต้นแล้ว แต่มือใหม่ก็อาจจะยังมีความสับสนเกิดขึ้นเมื่อต้องลงแข่งขัน หรือเล่นเดิมพันสนุก ๆ กับเพื่อนร่วมก๊วน เพราะกติกากอล์ฟมีระบบการตัดสินแพ้ชนะหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ ซึ่งมีวิธีการคิดคะแนนต่างกันโดยสิ้นเชิง

1. สโตรกเพลย์ (Stroke Play)

นี่คือรูปแบบกติกากอล์ฟที่นิยมที่สุดและใช้ในการแข่งขันมาตรฐานทั่วไป รวมถึงการเก็บแต้ม Handicap

  • วิธีการเล่น : ผู้เล่นจะต้องตีให้จบครบ 18 หลุม โดยนับจำนวนครั้งที่ตีจริงในแต่ละหลุมรวมกัน
  • การตัดสิน : เมื่อจบ 18 หลุม ใครที่มีผลรวมคะแนน (Total Score) น้อยที่สุด จะเป็นผู้ชนะ
  • ข้อควรระวัง : ห้ามหยิบลูกขึ้นมาโดยไม่จบหลุมเด็ดขาด โดยเฉพาะในการแข่งขันจริงจัง ต้องพัตต์จนกว่าลูกจะลงหลุมเท่านั้น ถ้านับคะแนนผิดหรือลืมลงคะแนน โทษอาจส่งผลถึงขั้นถูกตัดสิทธิ์

2. แมตช์เพลย์ (Match Play)

กติกากอล์ฟรูปแบบนี้เน้นการชิงชัยกันแบบ “หลุมต่อหลุม” นิยมใช้ในการแข่งขันประเภททีม หรือการดวลกันตัวต่อตัว

  • วิธีการเล่น : นับคะแนนเฉพาะหลุมนั้น ๆ ใครตีน้อยกว่า ชนะหลุมนั้นไป
  • การนับแต้ม :
    • ผู้ชนะหลุมนั้น จะได้สถานะ 1 Up (นำ 1)
    • หากแต้มเท่ากัน จะเรียกว่า All Square (เสมอกัน)
    • หากผู้เล่น A นำผู้เล่น B อยู่ 2 แต้ม และเหลือการเล่นอีก 1 หลุม เกมจะจบลงทันที เพราะ B ไล่ไม่ทัน (เรียกว่าชนะ 2 และ 1 หรือ 2&1)
  • ข้อดี : หากคุณตีเสียเละเทะในหลุมหนึ่ง เช่น ตีลูกลงน้ำจนได้ Triple Bogey คุณก็แค่แพ้หลุมนั้นหลุมเดียว แล้วไปเริ่มใหม่ในหลุมถัดไป ไม่ส่งผลกระทบต่อสกอร์รวมเหมือน Stroke Play

กฎการปรับโทษ (Penalty Strokes) 

สิ่งที่ทำให้สกอร์ของนักกอล์ฟพุ่งสูงขึ้นมักเกิดจาก “การปรับแต้มโทษ” เมื่อตีผิดพลาดเข้าอุปสรรค โดยกฎกอล์ฟสมัยใหม่ (R&A / USGA) ได้ปรับปรุงให้เข้าใจง่ายขึ้น แต่ยังมีจุดที่ต้องแม่นยำเพื่อไม่ให้เสียเปรียบหรือเอาเปรียบเพื่อนร่วมก๊วน

1. ตีออกโอบี (Out of Bounds – O.B.)

เขตโอบีคือพื้นที่ห้ามเล่น มักกั้นด้วย “หลักสีขาว” หากลูกของคุณลอยข้ามหลักสีขาวออกไป ถือว่าลูกตาย

  • โทษ : ปรับ 1 แต้ม + ระยะทาง
  • วิธีปฏิบัติ : ต้องกลับไปตี ณ จุดเดิมที่ตีมาล่าสุด
    • ตัวอย่าง : ทีออฟ (ช็อตที่ 1) ออก OB > ต้องเสียแต้มปรับ 1 แต้ม (เป็น 2) > แล้วเริ่มตีใหม่จากแท่นทีออฟ (นับเป็นช็อตที่ 3) เท่ากับว่าคุณกำลังจะตีช็อตที่ 3 ออกจากแท่นที
    • อย่างไรก็ตาม บางสนามอนุญาตให้ดร็อปลูกในจุดที่ลูกออก ตัดเข้าแฟร์เวย์แล้วบวก 2 แต้มโทษ เพื่อความรวดเร็วในการเล่น แต่มักไม่ใช้ในแมตช์แข่งขันระดับโปร

2. พื้นที่ปรับโทษ (Penalty Areas)

เดิมเรียกว่าอุปสรรคน้ำ ปัจจุบันรวมถึงป่าหญ้าหรือพื้นที่ที่เล่นยาก แบ่งเป็นหลักสีเหลืองและสีแดง

  • โทษ : ปรับ 1 แต้ม

กรณีหลักสีเหลือง (Yellow Stake)

  • ทางเลือก 1 : กลับไปตีจุดเดิม
  • ทางเลือก 2 : ดร็อปลูกหลังจุดที่ลูกข้ามแนวเขตน้ำ ถอยหลังไปในแนวตรงกับธงได้ไกลเท่าไรก็ได้

กรณีหลักสีแดง (Red Stake)

  • ทำได้เหมือนหลักเหลืองทุกประการ
  • เพิ่มทางเลือกพิเศษ : ดร็อปลูกภายในระยะ 2 ช่วงไม้กอล์ฟจากจุดที่ลูกตัดผ่านเส้นแดง เข้ามาในสนาม โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไป

3. ลูกหาย (Lost Ball)

หากหาลูกไม่เจอภายใน 3 นาที (กฎใหม่ลดจาก 5 นาที) ถือเป็นลูกหาย

  • โทษ : ปรับ 1 แต้ม + กลับไปตีที่เดิม (เหมือนกรณี OB)
  • คำแนะนำ : หากไม่แน่ใจว่าลูกจะหายหรือ OB ควรตี “ลูกสำรอง” (Provisional Ball) ไปก่อน เพื่อไม่ต้องเสียเวลานั่งรถกลับมาตีใหม่

4. ลูกอยู่ในพื้นที่เล่นไม่ได้ 

หากลูกไปอยู่ใต้ต้นไม้ หรือซอกหินที่ตีไม่ได้ ผู้เล่นสามารถประกาศขอเป็นลูกเล่นไม่ได้

  • โทษ: ปรับ 1 แต้ม
  • ทางเลือก :
    1. กลับไปตีที่เดิม
    2. ดร็อปในระยะ 2 ช่วงไม้จากจุดที่ลูกอยู่ ไม่ใกล้หลุมกว่าเดิม
    3. ดร็อปหลังจุดที่ลูกอยู่ ถอยหลังไปในแนวตรงกับธง

การเข้าใจกติกากอล์ฟช่วยให้บรรยากาศในก๊วนสนุกสนาน

ตัวอย่างสถานการณ์จริง : วิธีนับแต้มให้ถูกต้อง

เพื่อให้เห็นภาพตามได้อย่างชัดเจนว่ากติกากอล์ฟ และการนับแต้มเป็นอย่างไร ด้านล่างนี้คือสถานการณ์ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในหลุมพาร์ 4

  1. ช็อต 1 : ทีออฟออกไป ลูกเลี้ยวลงน้ำ (Penalty Area สีแดง)
  2. การนับ : คุณตีไปแล้ว 1 ครั้ง + โทษปรับน้ำ 1 แต้ม = ตอนนี้คุณถือแต้มอยู่ 2
  3. ช็อต 3 : คุณดร็อปลูกตามกฎ (ห่างจากจุดน้ำเข้า 2 ช่วงไม้) แล้วตีช็อตที่ 3 ขึ้นไปบนกรีน
  4. ช็อต 4 : พัตต์แรกไม่ลง ลูกไปจ่อปากหลุม
  5. ช็อต 5 : พัตต์ลูกลงหลุม
  6. สรุปคะแนน : หลุมนี้คุณทำได้ 5 คะแนน (Bogey)

มารยาทควบคู่กติกา 

นอกจากการเข้าใจกติกากอล์ฟ และการนับแต้มที่ถูกต้องแล้ว การเคารพกฎมารยาทในการเล่นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกมการเล่นดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่สปิริตที่แสดงออกมายังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในก๊วนอีกด้วย

  • ซ่อมรอยลูก : เมื่อตีบนแฟร์เวย์จนหญ้าหลุด หรือลูกตกบนกรีนจนเป็นรอยบุบ ต้องซ่อมทุกครั้ง
  • เกลี่ยทราย : เมื่อตีออกจากระเบิดทราย (Bunker) ต้องเกลี่ยให้เรียบเพื่อผู้เล่นกลุ่มต่อไป
  • ความรวดเร็ว : เตรียมตัวให้พร้อมก่อนถึงตาเล่น ไม่คุยโทรศัพท์หรือหาระยะนานเกินไป

การแม่นยำในกฎกติกากอล์ฟและวิธีนับแต้ม นอกจากจะช่วยให้วางแผนการเล่นได้อย่างชาญฉลาดแล้ว ยังทำให้สนุกกับเกมตรงหน้า และเฮฮาไปกับเพื่อร่วมก๊วนได้เต็มที่อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีในหน้ากระดาษย่อมไม่เท่ากับประสบการณ์จริงในสนาม การได้ฝึกฝนแก้ไขสถานการณ์ทั้งลูกตกน้ำหรือตกทรายในสภาพแวดล้อมที่ได้มาตรฐาน คือกุญแจสำคัญที่จะขัดเกลาวงสวิงคุณให้เฉียบคมยิ่งขึ้น

ดังนั้น หากคุณพร้อมแล้วที่จะนำความรู้ลงสู่สนามจริง The Royal Golf & Country Club สนามกอล์ฟใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ มาตรฐานระดับแชมเปียนชิป 18 หลุม พาร์ 72 พร้อมเป็นสังเวียนทดสอบความเฉียบคมของวงสวิง ด้วยทำเลที่ตั้งที่ตอบโจทย์การเดินทาง และสภาพสนามที่สมบูรณ์พร้อมทั้งแฟร์เวย์และกรีน ที่นี่จึงเป็นหมุดหมายที่ลงตัวที่สุดสำหรับนักกอล์ฟทุกระดับฝีมือที่ต้องการสัมผัสเกมกอล์ฟที่แท้จริง

สำรองเวลาออกรอบได้ที่

เวลาทำการฝ่ายจองสนาม : ทุกวัน เวลา 06:00-18:00 น.

ข้อมูลอ้างอิง 

  1. Everything You Need to Know About Scoring in Golf. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569. จาก https://www.nike.com/ca/a/good-average-golf-score

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกติกากอล์ฟและการนับแต้ม (FAQs)

Q: ถ้าตั้งใจตีลูกแต่พลาดไม่โดนลูก (Air Shot) จะต้องนับแต้มหรือไม่ ?

A: ต้องนับ ในกติกากอล์ฟ หากผู้เล่นมีการ “ตั้งใจ” ที่จะเหวี่ยงไม้เพื่อตีลูกแล้ว แต่หัวไม้ไม่กระทบลูกเลย จะถูกนับเป็น 1 สโตรกทันที แต่หากเป็นการซ้อมสวิง (Practice Swing) โดยไม่มีเจตนาตีลูก แม้จะพลาดไปโดนลูกโดยไม่ตั้งใจ จะไม่นับเป็นช็อต (แต่ต้องนำลูกกลับมาวางที่เดิมพร้อมเสีย 1 แต้มปรับโทษ)

Q: ตีลูกสำรอง (Provisional Ball) ไปแล้ว แต่ดันหาลูกแรกเจอ ต้องเล่นลูกไหน ?

A: หากคุณหาลูกแรกเจอภายในเวลา 3 นาที และลูกนั้นอยู่ในเขตสนาม (ไม่ OB) คุณ “ต้อง” กลับมาเล่นลูกแรก ส่วนลูกสำรองจะถือเป็นอันยกเลิกไป (ไม่ต้องนับแต้มที่ตีลูกสำรอง) แต่ถ้าหาลูกแรกไม่เจอ หรือลูกแรกออก OB ไปแล้ว ให้ถือว่าลูกสำรองกลายเป็นลูกจริงในการเล่นทันที โดยนับแต้มต่อเนื่องจากลูกสำรองนั้น

Q: กฎใหม่สามารถพัตต์บนกรีนโดยไม่ดึงธงออก (Flagstick in) ได้หรือไม่ ?

A: ได้ กติกากอล์ฟปัจจุบันอนุญาตให้ผู้เล่นพัตต์ลูกลงหลุมได้เลยโดยไม่ต้องดึงธงออก และหากลูกกอล์ฟชนก้านธงที่ปักอยู่แล้วลงหลุม ก็ถือว่าลงหลุมตามปกติ ไม่มีการปรับแต้มโทษใด ๆ ซึ่งช่วยให้การเล่นรวดเร็วขึ้นมาก

Q: ในระเบิดทราย (Bunker) สามารถจรดหัวไม้โดนทรายก่อนตีได้ไหม ?

A: ไม่ได้ การนำหัวไม้ไปสัมผัสทรายก่อนที่จะเริ่มสวิงตีลูกจริง หรือการซ้อมสวิงโดนทราย ถือว่าผิดกฎ มีโทษปรับ 2 แต้ม แต่กฎกติกากอล์ฟใหม่ผ่อนปรนให้คุณสามารถหยิบเศษหินหรือใบไม้ ออกจากทรายได้ตราบใดที่ไม่ทำให้ลูกขยับ

Search

The majestic golf course is designed to preserve the natural environment throughout and to give golfers a scenic, yet refreshing atmosphere in which enjoy their game. On each step in this 18-hole golf course you’ll certainly encounter not only a variety challenge but beauty in your eyes,

สำรองเวลาออกรอบ