COURSE LAYOUT

Every hole has different challenges.

The Royal Golf & Country Club

สนามของเราเป็นสนามพาร์ 72 ที่ยาวที่สุดในประเทศ เนื่องจากมีความยาว 7,240 หลาจากแท่นทีออฟสำหรับนักกอล์ฟมืออาชีพ อีกทั้งยังแวดล้อมด้วยทะเลสาบอันสวยงามที่ช่วยเสริมทั้งความสวยงามและความยากในการเล่น

หลุมกอล์ฟที่ท้าทาย

หลุม 17 (พาร์ 3 ระยะ 200 หลาจากแท่นทีออฟสำหรับนักกอล์ฟสมัครเล่น)

หลุม 17 ถือเป็นบททดสอบความแม่นยำและกลยุทธ์การเล่นกอล์ฟอย่างแท้จริง เนื่องจากผู้เล่นจะต้องตีลูกข้ามน้ำเพื่อขึ้นกรีน และมีการจัดวางบังเกอร์ไว้ทั้งสองด้านเพื่อรับช็อตที่ตีพลาด การตีลูกที่หลุม 17 นี้จะยิ่งท้าทายมากขึ้นในช่วงฤดูฝน เนื่องจากอาจมีลมที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ทำให้ผู้เล่นต้องใช้ทั้งทักษะและความสามารถในการเอาชนะ

 

หลุมกอล์ฟที่สวยงาม

หลุม 5 (พาร์ 5 ระยะ 495 หลา)

ที่หลุมนี้ ผู้เล่นจะต้องตีข้ามน้ำเป็นระยะ 180 หลาในช็อตแรก ทำให้นักกอล์ฟสมัครเล่น ได้สัมผัสกับความท้าทาย อีกทั้งยังมีกรีนสองระดับทำให้การพัตต์ยากเป็นพิเศษ เพราะผู้เล่นที่ออนด้านล่างมักจะมีปัญหาในการทำพาร์หากธงปักอยู่ในลอนบน

หลุม 9 (พาร์ 4 ระยะ 362 หลา)

การตีลูกที่หลุมนี้ต้องอาศัยความแม่นยำเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีอันตรายรออยู่ห่างออกไป 200 หลา ทำให้ผู้เล่นต้องพิจารณาตีช็อตอย่างรอบคอบ โดยนักกอล์ฟตีไกลอาจพยายามตีลูกข้ามน้ำเพื่อขึ้นกรีนในสองครั้ง ขณะที่นักกอล์ฟบางคนอาจต้องใช้กลยุทธ์ในการวางลูกไว้หน้าลำธาร นอกจากนี้ น้ำทางด้านซ้ายยังเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่ใช้หัวไม้แฟร์เวย์ ซึ่งทำให้ผู้เล่นได้เล่นช็อตที่ท้าทายความสามารถเป็นอย่างยิ่ง

 

หลุมสัญลักษณ์

หลุม 13 (พาร์ 3 133 หลา)

โดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางน้ำหลุม 13 นั่นคือ Signature Hole หลุมใหม่ของสนามเดอะรอยัลกอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับซึ่งได้รับการปรับปรุงและเปิดให้บริการแล้วในปีนี้

จากกรีนเดิมที่มีพื้นผิวค่อนข้างราบเรียบ เราได้ใส่สโลปลูกคลื่นลดหลั่นเป็น 3 ชั้นจากบนลงล่างและจากขวามาซ้าย ทำให้เกิดไลน์พัตต์ที่ซับซ้อน และด้วยสปีดกรีนที่ค่อนข้างเร็ว แม้จะเป็นหลุมพาร์ 3 สั้น แต่ก็ท้าทายท่านนักกอล์ฟ หากต้องการทำเบอร์ดี้หรือเซฟพาร์

กรีนเกาะกลางน้ำแวดล้อมด้วยพืชนานาพันธุ์ทั้งไม้ยืนต้นและไม้พุ่มที่บรรจงจัดวางภูมิทัศน์ไว้เป็นอย่างดี เพื่อให้นักกอล์ฟได้สนุกสนานกับการเล่นที่ท้าทายและรื่นรมย์กับบรรยากาศโดยรอบ